ปฏิบัติบูชา ในวันมาฆบูชา 7 มีนาคม 2555

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2555 บ้านพิศาลและสโมสรโรตารี กรุงเทพ บางขุนเทียน ได้จัดกิจกรรมปฏิบัติบูชาขึ้น เนื่องในวันมาฆบูชา ณ อาคารพิศาลพร และได้จัดกิจกรรมเวียนเทียนรอบศาลาหลวงปู่ทวด ภายในบ้านพิศาล เฟส 11 โดยมีประชาชนเข้าร่วมปฏิบัติบูชาและอิ่มบุญกันอย่างถ้วนหน้า โดยในวันมาฆบูชาหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วันจาตุรงคสันนิบาตนี้ เป็นวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 มีพระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา 6 และพระสงฆ์ทั้งหมดได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า หรือเรียกว่า “เอหิภิกขุอุปสัมปทา” หลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสอน ได้แก่ โอวาทปาติโมกข์ มีใจความสำคัญว่า “ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์” ที่กล่าวมานี้ก็คือความสำคัญของวันมาฆบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่งของพวกเราชาวพุทธ

อบรมหลักสูตร “อิ่มเอมใจ-กาย รุ่นที่ 27″

กลับมาอีกครั้งสำหรับภาพบรรยากาศกิจกรรมดีๆ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับกิจกรรมปฏิบัติธรรมหลักสูตร “อิ่มเอมใจ – กาย” รุ่นที่ 27 จัดขึ้นในวันที่ 30 มี.ค. – 1 เม.ย. 55 โดยได้รับการสนับสนุนจากบ้านพิศาลและสโมสรโรตารี กรุงเทพ บางขุนเทียน โดยได้ร่วมกันทำกิจกรรม เช่น การสวดมนต์ นั่งสมาธิ ฟังธรรมบรรยาย ตอบข้อซักถาม ฝึกสติในอิริยาบถต่างๆ ทางทีมงานจึงขอนำภาพบรรยากาศแห่งความอิ่มเอมใจ-กาย มาฝากให้ชมกันค่ะ

วันอาสาฬหบูชา ” 15 กรกฏาคม 2554 “

วันอาสาฬหบูชา หมายถึง การบูชาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันแรกที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นครบองค์พระรัตนตรัย วันอาสาฬหบูชามีเหตุการณ์ สำคัญทางศาสานา 3 ประการ 1. เป็๋นวันแรกที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนาโดยการปฐมเทศนา คือ ธรรมจักรกัปปวัตรนสูตร 2. เป็นวันแรกที่เกิดพระสงฆ์ขึ้นในโลก 3. เป็นวันแรกที่เกิดพระรัตนตรัย คือ พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ และพระสงฆ์รัตนะขึ้นในโลกอย่างสมบูรณ์และบริบูรณ์

อบรมหลักสูตร ” อิ่มเอมใจ – กาย รุ่นที่ 21

ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมสวดมนต์ปฏิบัติธรรมที่อาคารพิศาลพร จึงขอเรียนเชิญท่านผู้มีจิตกุศลทุก ๆ ท่าน เข้าร่วมสร้างบุญสร้างกุศลในโอกาสนี้โดยพร้อมเพรียงกัน นั่งสมาธิเจริญจิตภาวนาแผ่บุญกุศลเพื่อถวายแด่องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ( ในวันอาสาฬหบูชา วันที่ 15 ก.ค. 2554 ขอเชิญท่านทั้งหลายได้มาเจริญจิต สมาธิ ปัญญา ร่วมกันค่ะ )

อบรมหลักสูตร ” อิ่มเอมใจ – กาย รุ่นที่ 20

อบรมหลักสูตร ” อิ่มเอมใจ – กาย รุ่นที่ 20 ”

 ขอเชิญพุทธศาสนิกชน ร่วมปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

เจริญกุศลด้วยการ สวดมนต์ นั่งสมาธิ ฟังธรรมบรรยาย

และฝึกสมาธิเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และเจริญกุศลร่วมกัน

ณ.อาคารพิศาลพร (ชั้น 4)ตรงข้ามเซ็นทรัลพระราม 2

แนะนำสถานที่ปฏิบัติธรรม

รายละเอียดและช่องทางติดต่อปฏิบัติธรรม

ตารางปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

ขอเชิญร่วมปฏิบัติบูชาในวันมาฆบูชา หลักสูตร “อิ่มเอมใจ-กาย” ในวันจันทร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556 (เวลา 8.30 – 16.30 น.) เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและเจริญกุศลร่วมกัน   ณ อาคารพิศาลพร ตรงข้ามเซ็นทรัลพระราม 2    

*** สำหรับผู้ที่เข้าร่วมปฎิบัติบูชาในวันมาฆบูชา สามารถลงทะเบียนแจ้งเข้าร่วมปฏิบัติธรรมสัญจร ( ในวันอาทิตย์ ที่ 10 มี.ค. 56 ) ณ วัดสะแก  วัดมเหยงค์  จ.พระนครศรีอยุธยา  
***  (ไม่เสียค่าใช้จ่าย … บริจาคตามกำลังศรัทธา )

(ผู้ที่ต้องการนำอาหารมาร่วมบริจาค โปรดแจ้งด้วยค่ะ )

วิปัสสนา คือ อะไร

1.วิปัสสนากรรมฐาน คือ อะไร
วิ แปลว่า แจ่มแจ้ง แตกต่างจากและวิเศษกว่าการหยั่งรู้โดยโลกวิธี
ปัสสนา แปลว่า การเห็น คือ การหยั่งรู้ด้วยปัญญา ซึ่งเกิดจากวิปัสสนาวิธี
กรรม แปลว่า การกระทำ คือ การกระทำด้วยใจอัน ประกอบด้วยความเพียร สติ สัมปชัญญะ ตามวิธี การ
ฐาน แปลว่า การงาน คือ สิ่งที่ตัวกระทำ ได้แก่ ใจเข้าไปกำหนดเพื่อความรู้แจ้ง
วิปัสสนากรรมฐาน คือ การเพียรใช้สติ สัมปชัญญะ เข้าไปกำหนดสิ่งที่เกิดขึ้นทางกายและ ใจเพื่อให้เกิดปัญญาหยั่งรู้อย่าง แจ่มแจ้งซึ่งมิใช่จากสุตวิธี ( คือการฟังผู้อื่นบอกเล่า) หรือ ตรรกวิธี (การคิดตามด้วยเหตุผล) และแม้สมถวิธี ( การทำให้ใจความเกิดสงบ)
“ภิกษุทั้งหลาย สติปัฏฐาน 4 นี้ที่บุคคลลงมือปฏิบัติเต็มที่แล้วย่อมเป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายความกำหนัด เพื่อความดับสนิท เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อพระนิพานโดยส่วนเดียว”

2.หลักการปฏิบัติวิปัสสนา
ผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจะต้องพยายามทำจิตของ ตนให้สงบนิ่ง อยู่กับอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยมีสติเป็นตัวกำกับการกำหนด “รู้” ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทางกายและ ใจตามหลักสติปัฏฐาน 4 ได้แก่ การตั้งสติเข้าไปตามกำหนดรู้โดย 4 ทาง คือ
1.) กายานุปัสสนา ได้แก่ การใช้สติติดตามดูกาย คือ อาการของร่างกาย เช่น ยืน นอน นั่ง ดื่ม กิน ขับถ่าย เป็นต้น
2.) เวทนานุปัสสนา ได้แก่ การใช้สติติดตามดูเวทนา คือ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นทางใจ เช่น ดีใจ เสียใจ เฉย ๆ
3.) จิตตานุปัสสนา ได้แก่ การใช้สติติดตามดูจิต คือ ความนึกคิดต่าง ๆ
4.) ธัมมานุปัสสนา ได้แก่ การใช้สติติดตามดูหมวดธรรมต่าง ๆ เช่น การกำหนดในสัมผัสทั้ง 6 คือ เมื่อตาเห็นรูปก็กำหนด การเห็น หูฟังเสียงก็กำหนดการได้ยิน เป็นต้น
เมื่อผู้ปฏิบัติทำจิตของตนให้ติดตามดูอารมณ์เหล่านี้ด้วยสติ จิตก็จะมีสมาธิ คือ มีความสงบและตั้งมั่นอยู่เมื่อจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิแล้ว ปัญญาคือความรู้เห็นก็จะเกิดขึ้น ตามที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า
” ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่มีจิตตั้งมั่นแล้วก็รู้เห็นเอง” (ด้วยปัญญา) ตามเป็นจริง

3.ประโยชน์แห่งวิปัสสนา
- บำบัดทุกข์ บำรุงสุข
ทำให้เกิดปัญญาสามารถแก้ทุกข์ที่เกิดกับตนได้ ช่วยขจัดปัดป้องทุกข์ภัยอุปสรรค ทางกายใจ พร้อมทั้งนำความผาสุก ในชีวิตหน้าที่การงาน สังคม และ ครอบครัวมาให้ทั้งทางตรงและทางอ้อม
- บำบัดความเขลา บำรุงปัญญา
สามารถเพิ่มสมรรถณะในการเรียนรู้และความคิดอ่านทางโลก ช่วยให้เกิดความหยั่งรู้ และ สามารถนำสมรรถภาพที่ซ่อนเร้นในตัวออกมา ใช้ให้เป็นประโยชน์ได้เป็นอย่างดี
- บำบัดความรู้สึกฝ่ายต่ำ บำรุงความดีงาม
สามารถขจัดสิ่งเลวร้ายภายในตนเองออกไปและเสริมสร้างความดีให้เกิดขึ้นในตนเองได้ มีปัญญา สามารถตีค่าความดีชั่วได้อย่างตรงไป ตรงมา พร้อมกับการเกิดการกลับใจได้โดยฉับพลันโดยไม่ยากไม่ลำบาก ตามความเข้าถึงของแต่ละบุคคล ชีวิตของผู้เป็นเช่นนี้ย่อมประเสริฐกว่าความมีฤทธิ์เดช เพราะอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ ไม่สามารถขจัดสิ่งเลวร้ายภายใน ตนออกไปได้ ยิ่งไปกว่านั้นอาจทำให้กิเลสตัณหาที่มีอยู่ในตัวกลับเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย
ประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวิปัสสนา คือ เป็นทางเดียวเท่านั้น ที่สามารถพัฒนาบุคคลให้เกิดปัญญาจน สามารถหลุดพ้นจากวงจรการเกิด แก่ เจ็บ ตาย หรือ ที่เรียกว่าวัฏฏสงสารได้อย่างถาวร คือ นิพพาน

บ้านพิศาล “ร่วมงาน มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 24″

เมื่อวันที่ 10-13 มี.ค. 54 ที่ผ่านมา บ้านพิศาล ได้ร่วมออกงาน “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 24″ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์

ปฏิบัติบูชา ในวันมาฆบูชา 7 มีนาคม 2555

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2555 บ้านพิศาลและสโมสรโรตารี กรุงเทพ บางขุนเทียน ได้จัดกิจกรรมปฏิบัติบูชาขึ้น เนื่องในวันมาฆบูชา ณ อาคารพิศาลพร และได้จัดกิจกรรมเวียนเทียนรอบศาลาหลวงปู่ทวด ภายในบ้านพิศาล เฟส 11  โดยมีประชาชนเข้าร่วมปฏิบัติบูชาและอิ่มบุญกันอย่างถ้วนหน้า